หากพูดถึง กู่ฉิน (Guqin) ในตระกูลเครื่องสายจีนที่มีความลุ่มลึกต่างกันกับกู่เจิงอย่างสิ้นเชิงครับ
ถ้ากู่เจิงคือความอลังการของเสียงที่สดใส กู่ฉินคือ "เสียงแห่งความสงบและจิตวิญญาณ"
โครงสร้าง: กู่ฉินมี 7 สาย และ ไม่มีหย่อง (Bridge) รองรับสาย เสียงเกิดจากการกดสาย
ลงบนหน้าไม้โดยตรง ต่างจากกู่เจิงที่มีหย่องแยกแต่ละสาย
สรีระ: กู่ฉินมีขนาดกะทัดรัดกว่ามาก รูปทรงเรียบง่ายแต่แฝงด้วยปรัชญา มักมีชื่อเรียกตามรูปทรง
เช่น "รูปฝูซี" (Fuxi) หรือ "รูปจงหนี" (Zhongni)
เสียงของกู่ฉินจะ เบา ทุ้ม และนุ่มนวล กว่ากู่เจิงมาก ในสมัยโบราณกู่ฉินไม่ได้เล่นเพื่อความบันเทิงในวงกว้าง
แต่เล่นเพื่อ "ขัดเกลาจิตใจ" ของปราชญ์หรือบัณฑิต
เทคนิคการเล่นมีการสไลด์นิ้วที่สร้างเสียงเลียนแบบธรรมชาติ เช่น เสียงลมพัดหรือเสียงน้ำไหล
ซึ่งถ้าคุณนำไปบันทึกเสียงแบบ Close-up (เหมือนที่คุณทำกับเตหน่า) จะได้ยินเสียงนิ้วที่สัมผัสกับหน้าไม้ที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัว
สำหรับนักสะสมเครื่องวินเทจ จุดที่ "แพง" ที่สุดของกู่ฉินไม่ใช่ลายแกะสลัก
แต่คือ "รอยแตกราน" (Duanwen) บนผิวรัก:
รอยแตกเหล่านี้เกิดจากอายุของไม้และการหดตัวของยางรักตามกาลเวลา
(อาจใช้เวลาหลายสิบหรือร้อยปี)
รอยแตกมีชื่อเรียกตามลักษณะ เช่น "ลายหางงู" หรือ "ลายน้ำแข็งแตก"
ซึ่งเครื่องที่มีรอยแตกตามธรรมชาติสวยๆ จะมีราคาสูงกว่าเครื่องใหม่หลายเท่าตัว
ราคา: กู่ฉินระดับใช้งานทั่วไปเริ่มต้นที่หลักหมื่นต้นๆ แต่ถ้าเป็นงาน Handmade
จากช่างที่มีชื่อเสียง (Luthier) ราคาจะดีดไปถึงหลักแสนหรือล้านบาทได้ง่ายกว่ากู่เจิงมาก
เพราะถือเป็นงานพุทธศิลป์ประเภทหนึ่ง ด้วยความที่กู่ฉินมักเคลือบด้วย "รักดำ" (Urushi)
มีสาย 7 สาย เป็นไหม หรือ เชือกสังเคราะห์
กู่ฉินมีลักษณะการผูกสายตั้งสาย ที่มีรูปแบบเฉพาะตัว
ไม่เหมือนเครื่องดนตรีอื่นๆ มีแท่งไม้ด้านล่างใช่ตัั้งสายแต่ละเส้น
ตั้งร้อยเชือกในแท่งไม้นั้น และ หมุนไม้ให้ขัดกับตัวกู่ฉินเพื่อตั้งสาย