แมนโดลิน (MANDOLIN)
เครื่องดนตรี เครื่องสายประเภทดีด
กำเนิดจากอิตาลี แพร่หลายในช่วง คศ.1713
พัฒนามาจากเครื่องดนตรีตะกูล lute มี 8 สาย
โดยตั้งสายเป็นคู่ จึงมีทั้งหมด 4 คู่ ตั้งสายโน๊ตไวโอลิน
คือ G3 D4 A4 E5
ลักษณะด้านหลังเป็นทรงชามโค้งมน ( Bowl back) เรียกว่า (Neapolitan style)
ในประเทศไทย บางคนก็เรียกแมนโดลินหลังเต่า
ในยุค หลังๆ ต่อมาก็มักจะทำเป็นเป็นทรงหลังแบน คล้ายกีต้าร์
เรียกว่า แมนโดลินแบบ เอ (mandolon style A ) และ (mandolon style F )
ประดิษฐ์เป็นรูปทรงเฉพาะ
รูปแมนโดลิน SUZUKI
ต่อมาประเทศญี่ปุ่น โดย Masakichi Suzuki ( Nagoya Japan)
เป็นบริษัทใหญ่ต้นๆ ผลิตดนตรีประเภทเครื่องสาย จำนวนมาก
ได้ผลิตแมนโดลิน (Neapolitan style) ตามรูปแบบอิตาลี พร้อมกล่องแข็ง
มีคุณภาพที่ดี สวยงามแข็งแรง ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
จนเป็นที่นิยมแพร่หลาย ทั้งในและต่างประเทศ
มีรุ่นที่ผลิตหลายรุ่น แต่ละรุ่นก็จะมีลวดลายประดับ ที่ต่างกันไป
ผลิตอยู่ในช่วงประมาณ 1900- 1980
และ ก็พบเห็น ยี่ห้ออื่นๆ ที่ผลิตแมนโดลินในญี่ปุ่นอีกเช่น
kunishima , kimus , s.watanaby , saunishima , toichiro ishikawa
รูปแมนโดลิน SUZUKI
การตั้งสายแมนโดลิน
สายหนึ่งชุดจะมีแปดเส้น
โดยแต่ละซอง มีเลขกำกับบอกไว้ ว่าคือสายเส้นไหน
สายหนึ่งและสายสอง เป็นโน๊ต E5
สายสามและสายสี่ เป็นโน๊ต A4
สายหน้าและสายหก เป็นโน๊ต D4
สายที่เจ็ดและแปด เป็นโน๊ต G3
ตารางคอร์ด mandolin
การเล่นแมนโดลิน
แมนโดลินมีเสียงสั้น จึงมักจะเอาเทคนิค เทโมโล มาใช้คือมือขวาดีดปิ๊ค
ขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เกิดเสียงต่อเนื่อง ตำแหน่งโน๊ตก็จะเหมือนไวโอลิน
แต่แมนโดลินนิ้วกดจะไปตามช่องเฟรต โดยการเล่นเมโลดี้ไปตามตำแหน่งโน๊ตต่างๆ
นอกจากนั้นยังมีการใช้วิธี เล่นเป็นคอร์ด หรื อ ตามทำนอง
นอกจากนั้นยังมีการเล่นแบบ อิมโพรไวส์ ที่พบได้บ่อยในแนวบลูแก๊ส
แต่ส่วนใหญ่จะใช้ แมนโดลินA และ F