ทับลา (Tabla) กลองที่มีบทบาทสำคัญของดนตรีคลาสสิกอินเดียเหนือ (Hindustani)
ความมหัศจรรย์ของมันอยู่ที่การเลียนเสียงพูดของมนุษย์ได้ และมีเทคนิคการตีที่ซับซ้อนจนน่าทึ่ง
เทคนิคการเล่นมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับการใช้นิ้วและฝ่ามืออย่างกว้างขวางในรูปแบบต่างๆ
เพื่อสร้างเสียงและจังหวะที่หลากหลาย ซึ่งสะท้อนออกมาในพยางค์ช่วยจำ
ทับลาเป็นเครื่องดนตรีประเภทตีหลักในดนตรีคลาสสิกฮินดูสถาน ซึ่งอาจเล่นเดี่ยว
เล่นประกอบกับเครื่องดนตรีและเสียงร้องอื่นๆ หรือเป็นส่วนหนึ่งของวงดนตรีขนาดใหญ่
ทับลามักเล่นในการแสดงดนตรีพื้นบ้านและดนตรีป๊อปในอินเดียบังกลาเทศ อัฟกานิสถาน ปากีสถานเนปาลและศรีลังกา
ทับลาเป็นเครื่องดนตรีสำคัญใน ประเพณี บูชาภักติของศาสนาฮินดูและศาสนาซิกข์เช่น
ในระหว่างการร้องเพลง เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีหลัก
1. โครงสร้างของกลองคู่
ทับลาจะมาเป็นคู่เสมอ โดยแต่ละข้างมีลักษณะและหน้าที่ต่างกันชัดเจน:
Dayan (ดายัน): กลองตัวขวา (เสียงแหลม)
ทำจาก ไม้เนื้อแข็ง (เช่น ไม้พะยูงหรือไม้ขนุน) ทรงกรวยสอบ
จูนเสียงให้ตรงกับโน้ตหลักของเพลง (Sa)
Bayan (บายัน): กลองตัวซ้าย (เสียงทุ้ม)
ทำจาก โลหะ (ทองแดงหรือทองเหลือง) หรือบางครั้งเป็นดินเผา ทรงบาตรพระ
ใช้สำหรับทำเสียงเบส และผู้เล่นสามารถใช้ส้นมือกดหน้ากลองเพื่อเปลี่ยนระดับเสียง (Bend)
ให้เกิดเสียง "ดึ๋ง" ที่เป็นเอกลักษณ์
2. ส่วนประกอบสำคัญบนหน้ากลอง
หน้ากลองทับลามีความพิเศษมาก เพราะทำจากหนังแพะหลายชั้น:
Syahi (สิยาฮี): วงกลมสีดำตรงกลาง ทำจากผงเหล็กผสมข้าวเหนียว
ช่วยให้เกิดเสียงกังวานแบบโลหะ (Harmonic overtones)
Gajra (กาจรา): ขอบหนังถักรอบตัวกลอง ใช้สำหรับยึดสายหนังและปรับความตึง
3. ภาษาของกลอง (Bol)
หนึ่งในสิ่งที่เจ๋งที่สุดของทับลาคือ "ภาษาพูด" นักดนตรีจะไม่ได้แค่ตี แต่จะท่องพยางค์ที่เรียกว่า Bol
ก่อนจะถ่ายทอดลงบนกลอง เช่น:
Na, Ta, Tin, Dhin, Ge, Ke
เมื่อนำมาผสมกันจะเป็นประโยคยาวๆ เช่น
"Dha Dhin Dhin Dha" ซึ่งเรียกว่า Theka (จังหวะพื้นฐาน)
4. การดูแลรักษาและจูนเสียง
Gatta: ไม้หมอนทรงกระบอกที่สอดอยู่ระหว่างสายหนังข้างกลอง ใช้สำหรับตอกขึ้น-ลงเพื่อปรับความตึงแบบหยาบ
Hammer: ค้อนเล็กๆ ที่นักดนตรีพกติดตัวเสมอ ใช้ตอกที่ขอบหนัง (Gajra) เพื่อจูนเสียงให้เป๊ะระดับเสี้ยวตัวโน้ต
--------------------------------------------------------------------
ข้อมูลจาก
wikipedia.org
google .com