Thunder Drum (หรือ Spring Drum)
คือเครื่องดนตรีประเภทเพอร์คัชชันที่น่าทึ่งมาก
เพราะมันสามารถเลียนแบบเสียงฟ้าร้องได้อย่างสมจริง
โดยนิยมใช้ในการทำซาวด์ประกอบภาพยนตร์ (Foley),
การบำบัดด้วยเสียง (Sound Healing)
หรือใช้ประกอบการเรียนการสอนครับ
ตัวเครื่องประกอบด้วยทรงกระบอกกลวงที่เป็นตัวก้องกังวาน (Resonator) ปิดด้วยแผ่นหนังกลองเพียงด้านเดียว
และมีสปริงโลหะยาวๆ ยึดติดอยู่ตรงกลางแผ่นหนังนั้น
หลักฟิสิกส์: เมื่อเราเขย่ากลอง สปริงจะเกิดการสั่นสะเทือน แรงสั่นนั้นจะส่งต่อไปยังแผ่นหนังกลอง
ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกรวยลำโพง ช่วยขยายเสียงให้ดังกังวานก้องอยู่ในกระบอก
ลักษณะเสียง: คุณสามารถสร้างเสียงได้ตั้งแต่เสียงฟ้าร้องครึมๆ ในระยะไกล
ไปจนถึงเสียงฟ้าผ่าที่ดังเปรี้ยงปร้าง ขึ้นอยู่กับน้ำหนักการเขย่า
การทำเสียงฟ้าผ่า: ให้ถือกลองในแนวนอนแล้วสะบัดข้อมือขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
จะเกิดเสียง "เปรี้ยง" ที่คมชัด
การควบคุมเสียง (Muting): คุณสามารถใช้ฝ่ามือปิด-เปิดบริเวณปลายกระบอกที่เปิดอยู่ เ
พื่อสร้างเอฟเฟกต์เสียง "วาว-วาว" (Wah-wah) หรือเพื่อลดความก้องได้
การดูแลสปริง: ส่วนที่เปราะบางที่สุดคือสปริง ระวังอย่าให้สปริงยืดหรือหัก
เพราะหากสปริงเสียรูปจะทำให้โทนเสียงและความกังวานเปลี่ยนไปถาวรครับ
Thunder Drum มีแหล่งผลิตที่หลากหลายขึ้นอยู่กับประเภทและเกรดของเครื่องดนตรีครับ
โดยหลักๆ จะแบ่งได้เป็น 3 แหล่ง
แบรนด์เครื่องดนตรีเพอร์คัชชันระดับโลกมักมีฐานการผลิตใน อินโดนีเซีย, จีน และไต้หวัน
ซึ่งเป็นแหล่งผลิตวัสดุสังเคราะห์และหนังกลองคุณภาพดี
Remo: แบรนด์ดังระดับโลก มักผลิตรุ่น "Spring Drum" ที่ใช้หนังกลองสังเคราะห์
Acousticon ซึ่งมีความทนทานสูง
Meinl Percussion: มีการผลิต Thunder Drum หลายขนาด
โดยมักจะผลิตในโรงงานแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตเพอร์คัชชันของเขาครับ
Nino Percussion: เน้นเครื่องดนตรีเพื่อการศึกษา มักพบเห็นได้ทั่วไปตามร้านเครื่องดนตรีสากล
หากคุณสนใจ Thunder Drum ที่ทำจาก วัสดุธรรมชาติ แหล่งผลิตสำคัญจะอยู่ในแถบ:
เวียดนาม
บาหลี (อินโดนีเซีย): ที่นี่เด่นเรื่องการนำวัสดุธรรมชาติมาประยุกต์ และ
มักมีการเพ้นท์ลวดลายพื้นเมืองหรือลายจุด (Dot art) ลงบนตัวกลองอย่างสวยงาม
อเมริกาและยุโรป: มีศิลปินเฉพาะทางที่สร้าง Thunder Drum จากไม้ขุดหรือน้ำเต้าสายพันธุ์พิเศษ
เพื่อใช้ในงาน Sound Therapy โดยเฉพาะ ซึ่งกลุ่มนี้จะให้เสียงที่มีมิติและ "อุ่น" กว่างานพลาสติก
เนื่องจากโครงสร้างไม่ซับซ้อนมาก นักดนตรีหรือนักทำซาวด์เอฟเฟกต์หลายคนนิยม
"ทำเอง" โดยใช้:
ท่อ PVC หรือท่อกระดาษแข็งที่ใช้แกนพรม
สปริงเหล็กยาว (หาซื้อได้ตามร้านฮาร์ดแวร์หรือสั่งทำพิเศษ)
แผ่นพลาสติกใส (Mylar) หรือหนังกลองแผ่นเล็ก
thunder drum ในรูป ผลิตที่ บาหลี ประเทศอินโดนิเซีย
งานจากอินโดนีเซียจะใช้เทคนิคการจุดที่เรียกว่า "Dot Painting"
ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะพื้นเมือง ของ ชาวอะบอริจิน (Aboriginal Art)
ในประเทศออสเตรเลียครับ
ลายจุดเหล่านี้ในทางวัฒนธรรมดั้งเดิมใช้เพื่อเล่าเรื่องราวความเชื่อ (Dreamtime),
สัญลักษณ์แทนแหล่งน้ำ หรือเส้นทางการเดินทาง
ด้วยความที่ลวดลายนี้ดูสวยงามและมีความเป็น "ชนเผ่า" (Tribal)
ผู้ผลิตในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงนิยมนำสไตล์นี้มาเพ้นท์ลงบนเครื่องดนตรี
ปรับเปลี่ยนมาเพื่อความสวยงามและการค้า
บาหลีเป็นแหล่งการผลิตเครื่องดนตรีทำมือ (Handmade) และงานศิลปะที่ส่งออกไปทั่วโลก